“เปแอสเช” เปิดบ้านรัวถล่ม “บาร์ซ่า” ยับ 4-0

เริ่มเกมมาแค่ 6 นาที เจ้าบ้านได้โอกาสก่อนเลย อังเคล ดิ มาเรีย วางบอลเข้าเขตโทษให้ เอดินสัน คาวานี่ จับบอลลงก่อนซัดด้วยขวาบอลไปติด อันเดร โกเมส กระดอนมาเข้าทาง ยูเลี่ยน ดรักซ์เลอร์ กดซ้ำด้วยขวาข้ามคานออกไป นาทีที่ 11 เปแอสเช มีลุ้นอีกครั้ง เอดินสัน คาวานี่ แทงบอลให้ แบลส มาตุยดี้ หลุดเข้าไปจิ้มด้วยซ้าย มาร์ค-อันเดร แทร์ ชเตเก้น ปัดเอาไว้ได้มือเดียวบอลมาเข้าทาง อาเดรียง ราบิโอต์ ยิงซ้ำแต่ก็ยังไม่ผ่านมือนายด่านทีมเยือน นาทีที่ 18 เจ้าถิ่นมาได้ฟรีคิกระยะ 25 หลา อังเคล ดิ มาเรีย บรรจงปั่นด้วยซ้ายบอลพุ่งข้ามกำแพงเสียบเสาเข้าไปเด็ดขาด ชนิด แทร์ ชเตเก้น ได้แต่ยืนมอง เปแอสเช นำ 1-0 นาทีที่ 40 จากจังหวะสวนกลับเร็ว มาร์โก แวร์รัตติ จ่ายบอลทะลุช่องให้ ยูเลี่ยน ดรักซ์เลอร์ หลุดเข้าไปซัดด้วยขวาในเขตโทษ บอลพุ่งสวนตัว แทร์ ชเตเก้น ตุงตาข่าย เปแอสเช นำห่าง 2-0 พร้อมกับจบครึ่งแรก กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง นาทีที่ 55 อังเคล ดิ มาเรีย ได้บอลก่อนปั่นด้วยซ้ายจากระยะประมาณ 25 หลา บอลพุ่งโค้งเสียบเสาเข้าไปสุดสวย เปแอสเช หนีไปไกล 3-0 เท่านั้นยังไม่พอ นาทีที่ 72 โตมาส์ เมอร์นิเย่ร์ ลากบอลตัดเข้าในก่อนไหลเข้าเขตโทษให้ เอดินสัน คาวานี่ หลุดเข้าไปยิงแบบไม่ต้องจับ บอลพุ่งเสียบเสาแรกเด็ดขาด เปแอสเช ทะยานนำ 4-0 จบเกม เปแอสเช เปิดบ้านไล่ถล่ม บาร์เซโลน่า 4-0 โอกาสเข้ารอบ 8...

“บอลชายหาดไทย” อัด “เสือเหลือง” 6-4 ศึก 4 เส้า

ฟุตบอลชายหาด 4 เส้า ไทยแลนด์ ไฟว์ บีช ซ็อคเกอร์ 2017 THAILAND5 BEACH SOCCER 2017 เมื่อวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา เป็นการแข่งขันในนัดเปิดสนาม ณ สนามทรายข้างอินดอร์สเตเดี้ยมหัวหมาก เป็นการแข่งขันระบบพบกันหมดทั้ง 4 ชาติ ทีมที่มีคะแนนสูงสุดอันดับ 1 และ 2 เข้าไปชิงชนะเลิศโดยคู่แรก ทีมชาติญี่ปุ่น พบ ทีมชาติ ฮังการี ผลปรากฏว่า ทีมซามูไร ทีมอันดับ 9 ของโลกโชว์ฟอร์ม สมราคา กะซวก แม็กยาร์ ฮังการี ทีมอันดับ 12 ของโลก ไป 5-3 โดย โอซู โมไรร่า ดาวเตะจากบาร์เซโลน่ายิงไป 2 ประตู น.7 , 22 ตามด้วย ทากาซูเกะ โกโตะ น.11.13 มาซายิกิ โกมากิ น.29 ทากากิ โอบะ น.31 ส่วนฮังการี ได้ 3 ประตูจาก โซลตัน เมนิเอีย น.26,29 บาลาซ รูทาอิ น.34 คู่ที่สองมีพิธีเปิดสนาม โดย นาย อดิศักดิ์ เบ็ญจศิริวรรณ ประธานพัฒนาฟุตซอลและฟุตบอลชายหาดไทย เป็นประธานจากนั้น ทีมชาติไทย อันดับ 25 ของโลก ลงสนามพบกับ มาเลเซีย 5 คนแรกของทีมไทย ประกอบไปด้วย ประตู สุริยา บริเดช , วัชระ เลไพจิตร , มนัส มัดตอฮา , โชคดี...

“ก็องเต้” ยอมรับที่ฟอร์มแจ่มได้ขนาดนี้เพราะมีเคล็ดลับ

เอ็นโกโล่ ก็องเต้ มิดฟิลด์ตัวรับพันธุ์แกร่งของ เชลซี ให้สัมภาษณ์ยาวเหยียดถึง เคล็ดลับที่ทำให้ตัวเองมีฟอร์มการเล่นอันยอดเยี่ยมต่อเนื่องในทุก ๆ เกม จนกลายมาเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดของลีก ณ เวลานี้ “ผมคิดว่ามีบางอย่างที่คุณสามารถควบคุมได้ และบางอย่างที่ควบคุมไม่ได้อยู่” ก็องเต้ เริ่มก่อนร่ายยาว “ตัวผมเอง คิดแค่ว่าลองฝึกซ้อมในสิ่งที่คนทั่วไปมองไม่เห็น ผมไม่รู้จะพูดยังไง เพราะมันเป็นคำที่มีเฉพาะในภาษาฝรั่งเศสมั้ง ?” “ผมฝึกคิดถึงสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่นอกสนามแข่งและสนามซ้อม เช่น เริ่มนอนให้เร็วขึ้น กินแต่อาหารดี ๆ และทำทุกอย่างเพื่อให้มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ที่สุด” “บางครั้งคุณรู้สึกเหนื่อยมาก แต่นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกฟุตบอล เราต้องลงแข่งบ่อยมาก บางครั้ง 3 เกมต่อสัปดาห์ ซึ่งสิ่งสำคัญคือคุณต้องจัดการบริหารความฟิตให้ลงตัว” “”จากนั้นก่อนเกมเริ่ม ผมก็จะพยายามคิดถึงแต่งานของตัวเอง และเมื่อลงไปอยู่บนฟลอร์หญ้าก็ปรับสภาพจิตใจให้มีความต้องการทำผลงานให้ได้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้” “ผมไม่เสียเวลาคิดเรื่องจุกจิกอื่น ๆ เลยนะ ทั้งผู้ชม ทั้งผู้ตัดสิน หรือนักเตะคนอื่น ๆ ก็แค่โฟกัสไปเลยว่าอะไรที่ควรทำ ฉะนั้นเวลามีนักเตะคนไหนที่ไม่ได้รับโอกาสให้ลงเล่น ผมรู้เลยว่าเป็นเพราะอะไร”

“เลสเตอร์” กู่ไม่กลับบุกพ่าย “สวอนซี” 0-2

“จิ้งจอก” เลสเตอร์ ซิตี้ แชมป์เก่าผลงานกู่ไม่กลับพ่ายในลีก 5 เกมติดต่อกันแล้ว หลังบุกไปพ่าย “หงส์ขาว” สวอนซี 0-2 รั้งอันดับ 17 มีแต้มมากกว่าโซนตกชั้นแค่แต้มเดียว ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืน วันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เปิดฉากครึ่งแรก มา 36 นาที สวอนซี ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากลูกฟรีคิกกลางสนาม ซิกูร์ดส์สัน วางบอลเข้าเขตโทษ เฟเดริโก้ เฟร์นานเดซ โหม่งชงเข้ากลาง อัลฟี่ มอว์สัน ได้เอี้ยวตัววอลเลย์ด้วยขวาพุ่งเสียบตาข่ายสุดสวย เข้าสู่ช่วงทดเวลาครึ่งแรก สวอนซี ทิ้งห่างไปเป็น 2-0 จาหจังหวะที่ ซิกูร์ดส์สัน ชิ่งเร็วจ่ายต่อออกซ้ายให้ มาร์ติน โอลส์สัน ได้กระชากหนีเข้าเขตโทษไปยิงยัดเสาแรก ผ่านมือ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล เข้าประตูไป และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้ ลงมาต่อครึ่งหลัง “หงส์ขาว” ยังรักษาสกอร์นำไว้ได้ ทำให้ จบเกม เลสเตอร์ ซิตี้ แชมป์เก่า บุกไปพ่าย สวอนซี 0-2 รั้งอันดับ 17 มีแต้มมากกว่าโซนตกชั้นแค่แต้มเดียว ส่วน สวอนซี แซงขึ้นอันดับ 15

“เวนเกอร์” บอกไม่เห็นลูกขึ้นนำ 1-0, “เปามาร์ค” ขอโทษ “ฮัลล์”

อาร์แซน เวนเกอร์ นายใหญ่อาร์เซน่อล ตอบคำถามผู้สื่อข่าว ไม่เห็นจังหวะ อเล็กซิส ซานเชซ กองหน้ากึ่งปีกทำแฮนด์บอลก่อนจะยิงใส่ ฮัลล์ ซิตี้ ให้เจ้าบ้านขึ้นนำ 1-0 ขณะเดียวกัน มาร์ค แคล็ตแท่นเบิร์ก ได้กล่าวขอโทษแล้วที่ปล่อยให้เป็นประตู หลังจบเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่สนามเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อาร์เซน่อล เจ้าบ้าน เอาชนะ ฮัลล์ ซิตี้ 2-0 โดย ”ปืนใหญ่” ได้สองประตูจากการเหมาเบิ้ลคนเดียวของ อเล็กซิส ซานเชซ แต่ทว่าลูกแรกขึ้นนำ 1-0 มีปัญหาที่ค้านสายตา โดยผู้เล่นของทีมเยือน ต่างประท้วงผู้ตัดสินว่า อเล็กซิส ดาวเตะทีมชาติชิลี วัย 28 ปี ทำแฮนด์บอลก่อนส่งบอลเข้าตาข่าย และเมื่อผู้สื่อข่าวไปถาม อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือทีม ในจังหวะดังกล่าว ก็ได้คำตอบว่า “ผมไม่เห็นมันนะ” ซึ่งแน่นอนว่าเป็นมุขเดิมที่ใช้ ซึ่งแฟนบอลมักจะได้ยินกันบ่อยๆ ขณะที่ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน กองหลังตัวเก่งฮัลล์ ได้ออกมาบอกให้ฟังว่า มาร์ค แคล็ตแท่นเบิร์ก กรรมการซึ่งได้ลงทำหน้าที่ชี้ขาดเกมนัดดังกล่าว ได้ออกมากล่าวขอโทษแล้ว ที่ได้ปล่อยให้จังหวะนั้นเป็นประตู

“เป๊ป” ยก “บราโว่” หนึ่งในผู้รักษาประตูที่เจ๋งสุดในโลก

กุนซือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกโรงยกย่อง เคลาดิโอ บราโว่ ว่า ยังคงเป็นหนึ่งในนายด่านระดับท็อปของโลก แม้ว่าจะถูกวิจารณ์อย่างหนักเรื่องฟอร์มการเล่นก็ตาม เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เผย เคลาดิโอ บราโว่ ยังคงเป็นผู้รักษาประตูชั้นยอดอยู่เหมือนเดิม แม้ว่าผลงานจะไม่เข้าตาจนถูกเสียงวิพากษ์-วิจารณ์อย่างหนักก็ตาม บราโว่ ไม่ได้ลงเฝ้าเสาให้กับ แมนฯ ซิตี้ มานับตั้งแต่ที่ เรือใบสีฟ้า เปิดบ้านเสมอกับ ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ 2-2 ในศึกพรีเมียร์ลีก เมื่อวันที่ 21 ม.ค. โดยให้ วิลลี่ กาบาเยโร่ นายทวารมือ 2 ลงเฝ้าเสาแทน ”สำหรับผม เคลาดิโอ ยังคงเหมือนเดิม เขาคือผู้เล่นระดับท็อป, เขาคือนายทวารระดับท็อป, เขาคือหนึ่งในนายด่านที่ดีที่สุดในโลก” ทั้งนี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีคิวบุกไปเยือน บอร์นมัธ ในศึกพรีเมียร์ลีก มันเดย์ ไนท์ วันจันทร์ที่จะถึงนี้ เวลา 03.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย)

“ดิ มาเรีย” รับยังรู้สึกผิดหวังที่เลือกย้ายเข้ารัง “ผีแดง”

อังเคล ดิ มาเรีย กองกลาง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ยอมรับว่าการย้ายจาก เรอัล มาดริด มายัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อ 2 ปีก่อนยังส่งผลกระทบต่อชีวิตของเขาจนถึงปัจจุบัน “หลายสิ่งหลายอย่างสามารถเกิดขึ้นในชีวิต เช่นการที่คิดว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะสามารถเติมเต็มผมได้ แต่กลับต้องย้ายหนีเพียงแค่ปีเดียว” ดิ มาเรีย ที่ล้มเหลวในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด อย่างสิ้นเชิงกล่าว “ดังนั้นผมจึงไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น ต่อไปที่ทำได้คือการพยายามอย่างเต็มที่อยู่ตลอดเท่านั้นแล้วจะรู้เองว่ามันจะเป็นยังไง” “ตอนผมย้ายมา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็เพราะตอนนั้นมันมีข้อเสนอที่ดีมากๆ เข้ามาทั้งต่อตัวเองและ เรอัล มาดริด ก็เท่านั้น” “เมื่อมายัง ปารีส แล้วมีโอกาสเจอ มาดริด อีกครั้ง ในรอบแบ่งกลุ่มแชมเปี้ยนส์ ลีก ก็เป็นเรื่องเยี่ยมยอดไปเลยกับการได้กลับซานติอาโก เบอร์นาบิว อีกครั้งเพื่อทักทายผู้คนที่คุ้นเคย” “หวังว่าผมจะพา ปารีส ชนะ บาร์เซโลนา ได้ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เพื่อเข้าไปเจอกับ เรอัล มาดริด อีกครั้ง” ปีกทีมชาติอาร์เจนติน่าร่ายยาว

เมื่อ “หงส์” ติดโรคฟอร์มตกขั้นรุนแรง…

หมดเวลาเรียบร้อยแล้วสำหรับช่วงฮันนีมูนระหว่าง “เจอร์เก้น คล็อปป์” กับ “ลิเวอร์พูล” เพราะตอนนี้สถานการณ์ของกุนซือหนุ่มใหญ่ชาวเยอรมันกำลังอยู่ในขั้นวิกฤติสุดๆ 5 นัดหลังสุด แพ้ไปถึง 4 นัด แถมยังตกรอบฟุตบอลถ้วย 2 รายการติดคือ “ลีก คัพ” กับ “เอฟเอ คัพ” แม้ว่าอีก 1 นัดที่ไม่แพ้จะยันเสมอจ่าฝูง “เชลซี” ได้ 1-1 แต่การแพ้คาบ้านต่อ “สวอนซี” 2-3 หรือแพ้ทีมเกรดล่างอย่าง “ฮัลล์ ซิตี้” ในเกมล่าสุด 0-2 เชื่อว่าแฟนบอลก็รับไม่ได้อย่างแน่นอน จากตำแหน่งรองจ่าฝูงของพรีเมียร์ลีกมาตั้งแต่ก่อนปีใหม่ก็ตกลงมาอยู่อันดับ 5 เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นอันดับที่ไม่ได้ไปเล่นฟุตบอล “แชมเปี้ยนส์ ลีก” ในฤดูกาลหน้าอีกด้วยสิ่งที่ทำให้ฟอร์มของทีมออกมาแบบนี้ “เจอร์เก้น คล็อปป์” ก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบ โดยเฉพาะการที่บรรดาทีมคู่แข่งเริ่มรู้ไส้รู้พุงรู้วิธีรับมือกับปรัชญาฟุตบอล “เกอร์เก้นเพรสซิ่ง” ยิ่งบรรดาทีมเล็กเวลามาเล่นกับนักเตะหงส์แดงก็จะมาเล่นตั้งรับเต็มรูปแบบ เวลาได้บอลก็พยายามให้นักเตะลิเวอร์พูลวิ่งไล่เพื่อให้ “แรงหมด” แต่ปัญหาของทีมไม่ได้มีแค่นี้ ยังมี “รูรั่ว” ขนาดใหญ่ในเกมรับที่พร้อมจะ “เสียประตู” ได้ตลอดเวลา “โฌแอล มาติป” “รักนาร์ คลาวาน” “โจ โกเมซ” หรือ “ลูคัส เลว่า” ที่คอยสลับสับเปลี่ยนเล่นเซนเตอร์ มีปัญหาที่เรื่อง “ความเร็ว” ซึ่งเวลาเจอกองหน้าคล่อง พวกทักษะดีๆก็เอาไม่อยู่

“หงส์แดง” เล็งปีกดาวรุ่ง “เลสเตอร์” เสริมริมเส้นซัมเมอร์นี้

สื่อในอังกฤษรายงานว่า บิ๊กบอสของ “หงส์แดง” เจอร์เก้น คล็อปป์ นั้นกำลังจะคว้าตัวปีกดาวรุ่ง เดมาราย เกรย์ ของ เลสเตอร์ ซิตี้ แชมป์พรีเมียร์ลีกปีที่แล้วมาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ ลิเวอร์พูล นั้นกำลังมองหาตัวเลือกใหม่ๆในแนวรุกสำหรับฤดูกาลหน้า หลังจากพี่พวกเขาไม่สามารถทำผลงานเอาชนะคู่แข่งได้อย่างต่อเนื่อง เมื่อต้องขาด ซาดิโอ มาเน่ ไปในเดือนมกราคมที่ผ่านมาให้กับทีมชาติเซเนกัล บนเวทีแอฟริกัน เนชัน คัพ 2017 เกรย์ ถูกมองว่าเป็นนักเตะตัวรุกที่เหมาะสมกับ คล็อปป์ ที่สุดคนนึงในตำแหน่งริมเส้นตอนนี้ โดยดาวเตะวัย 20 ปีโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมทุกครั้ง แม้จะมีโอกาสได้ลงสนามไม่มากนักก็ตาม อดีตนักเตะเยาวชนของ เบอร์มิงแฮม ถูกจับตามองอย่างมากในเกมที่ เลสเตอร์ สามารถเอาชนะ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ในศึกเอฟเอ คัพ เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุด เดลี่ เมล นั้นอ้างว่า เกรย์ จะเป็นหนึ่งในสองผู้เล่นตำแหน่งปีกที่หงส์แดงจะคว้าไปร่วมทีมช่วงซัมเมอร์นี้อย่างแน่นอน เกรย์ นั้นได้แชมป์พรีเมียร์ลีกกับ “จิ้งจอกสยาม” เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา แต่ว่าทั้งนี้ผลงานและฟอร์มการเล่นของทีมตกลงเรื่อยๆ จนทำให้หลายคนเป็นกังวลว่าพวกเขาอาจจะไม่สามารถอยู่รอดในลีกสูงสุดขออังกฤษต่อไปได้ จึงทำให้อาจจะต้องปล่อยตัวปีกดาวรุ่งตัวเก่งออกไปให้กับ ลิเวอร์พูล ในที่สุดนั่นเอง

“ชุดขาว” หัวใสส่ง “ฮาเมส” ล่อ “สิงห์” ปล่อย “อาซาร์”

ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสรเรอัล มาดริด ตกเป็นข่าวว่าเตรียมปล่อยตัว ฮาเมส โรดริเกซ กองกลางของทีม เพื่อนำ เอเด็น อาซาร์ จอมทัพของเชลซีมาร่วมทีมในสัญญาแลกเปลี่ยนนักเตะ Diario Gol สำนักข่าวชื่อดังของสเปน รายงานว่า ประธานของราชันชุดขาวมีแผนที่จะยื่นตัวฮาเมส ไปแลกกับ อาซาร์ ที่กำลังโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยม ยิง 11 ประตูให้กับสิงห์บลูส์ในซีซั่นนี้ ดาวเตะทีมชาติโคลอมเบีย ต้องดิ้นรนแย่งตำแหน่งตัวจริงอย่างหนัก ในยุคของเทรนเนอร์ซีเนอดีน ซีดาน ได้โอกาสลงสนาม 9 นัด ยิงได้เพียง 1 ประตูเท่านั้น นั่นทำให้เกิดกระแสข่าวลืออย่างหนักว่า อันโตนิโอ คอนเต้ นายใหญ่ของเชลซีเตรียมคว้าแข้งวัย 26 ปี มาแทนที่ เชส ฟาเบรกาส ในฤดูกาลหน้า อย่างไรก็ตามเทรนเนอร์ชาวอิตาเลียน ไม่มีความคิดที่จะปล่อยตัวอาซาร์ไปให้มาดริดแต่อย่างใด