บ้านป่าบงเปียง ตั้งอยู่ในอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหมู่บ้านที่รายล้อมไปด้วยนาขั้นบันได ต้นข้าวโพด เป็นสถานที่เที่ยว ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวและบรรดาช่างภาพที่ชอบเก็บภาพความ อุดมสมบูรณ์ของภูเขาและป่าไม้ หากมาในยามเช้าจะ ได้พบกับทะเลหมอกและแสงอุ่นยามเช้าแต่ถ้าหากมาช่วงเย็นสามารถชมพระอาทิตย์และแสงยามเย็นสวยๆ ที่ลอดผ่านก้อนเมฆมา กระทบกับหุบเขาที่เรียงรายการสลับซับซ้อนเป็นภาพที่งดงามยิ่งนัก

ช่วงเวลาท่องเที่ยว
มีหลายคำถามว่าเราควรเดินทางไปป่าบงเปียงในช่วงเดือนไหนดี สำหรับการท่องเที่ยวที่นี่ต้องบอกว่าแบ่งเป็น 3 ช่วง แล้วแต่ความ พึงพอใจของนักเดินทางและนักถ่ายภาพ บางคนอยากชมบรรยากาศช่วงการดำนา คือ ในช่วงเดือนก.ค.-ส.ค. ซึ่งต้นข้าวยังเป็นต้นกล้า ไม่เต็มพื้นที่ทำให้สามารถมองเห็นพื้นน้ำของท้องนา ในช่วงเวลานี้เหล่าบรรดาช่างภาพบอกกันว่าแสงสีทองของพระอาทิตย์ จะสะท้อน กับพื้นน้ำก็จะได้ความงดงามไปอีกแบบ แต่ถ้าอยากเห็นข้าวเขียวขจีเต็มท้องทุ่งช่วงเดือนก.ย. – ต้น ต.ค. จะเป็นอะไรที่สวยที่สุด อยากได้สีทองของรวงข้าวก็มาในช่วงปลายเดือนต.ค.ปกตินักท่องเที่ยวที่มาป่าบงเปียงจะมาเที่ยวแบบไปกลับ คือ จะเน้นมาเก็บแสงสวย ในยามเย็น เพราะที่นี่ขึ้นชื่อว่าแสงเย็นสวยมากถ้าโชคดีก็จะได้เห็นเป็นลำแสงลอดผ่านก้อนเมฆมากระทบกับหุบเขาที่เรียงรายการสลับ ซับซ้อนเป็นภาพที่งดงามยิ่งนัก หากมาในยามเช้าจะได้พบกับทะเลหมอกที่คลอเคลียอยู่ตามไหล่เขาแต่จะเจอมาก หรือน้อยขึ้นอยู่กับ สภาพอากาศในแต่ละวันด้วย ถ้ามีฝนตกลงมาตอนกลางคืนก็มีโอกาสได้พบเห็นมากกว่า

แต่หากอยากพบเห็นทั้งสองบรรยากาศ คือ แสงเย็นและทะเลหมอกก็แนะนำให้ค้างคืนซักคืน หรือใครไม่อยากค้าง เพราะที่พักอาจ ไม่สะดวกนักและมีน้อยก็พักแถวดอยอินนทนนท์หรือแม่แจ่มก็ได้คะ แต่จะต้องนั่งรถกันถึง 2 รอบ จะเหนื่อยและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายใน การเช่ารถในกรณีที่ไม่มีรถกระบะโฟรวิวของตัวเอง